วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ขั้นตอนที่ 3 นกอินทรีย์ทะเล (นกออก)


นกออก White-bellied Sea Eagle (White-breasted Sea Eagle)ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Haliaeetus leucogasterลักษณะทั่วไปนกออกหรือนกอินทรีทะเล เป็นนกขนาดกลาง-ใหญ่ ขนาดความยาวลำตัว 66 - 69 เซนติเมตร ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะคล้ายกัน ตัวที่โตเต็มวัยแล้ว บริเวณหัว อก และลำตัวด้านล่างมีสีขาว ด้านบนมีสีน้ำตาลเทา หางและปีกเป็นสีเทาเข้ม ปลายหางมีสีขาว นกออกขนาดเล็กมีสีน้ำตาลทั้งตัว เมื่อมีอายุได้ราว 3 ปีจึงมีลักษณะดังกล่าว ขณะบินเห็นปีกค่อนข้างหักเป็นมุมเหนือลำตัว หางสีน้ำตาล ปลายหางสีขาวเป็นหางพลั่วชัดเจนถิ่นอาศัย, อาหารพบในทวีปยุโรป ออสเตรเลีย และทวีปเอเชีย สำหรับประเทศไทยพบอยู่ในจังหวัดที่อยู่บนชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้อาหารได้แก่ สัตว์น้ำชนิดต่างๆ เช่น งูทะเล ปลาหมึก ปลา เป็นต้น หาอาหารด้วยการเกาะกิ่งไม้หรือร่อนกลางอากาศ คอยจ้องหาเหยื่อในน้ำ เมื่อพบจะบินลงโฉบด้วยกรงเล็บ จากนั้นจึงนำไปฉีกกินบนกิ่งไม้หรือรังที่พักพฤติกรรม, การสืบพันธุ์นกออกมักอยู่โดดเดี่ยวหรือเป็นคู่ ชอบอยู่ตามชายฝั่งทะเล ทะเลสาบและแม่น้ำใหญ่ ๆ ชอบหากินบริเวณใกล้เคียงกับที่มันทำรังอยู่ และมักใช้รังเป็นที่สะสมอาหารด้วย เป็นนกที่ไม่เชื่อง แต่ชอบทำรังใกล้ที่อยู่ของคน ชอบส่งเสียงร้องในเวลาเช้าและเย็น เราสามารถนำนกออกมาเลี้ยงและปล่อยให้ไปหากินเองได้ ตอนเย็นจะกลับมานอนรังที่บ้าน ชาวทะเลที่ภูเก็ตนิยมเลี้ยงกันมาก เพราะบางครั้งมันอาจนำปลาทะเลตัวโตมาก ๆ มา “ฝาก” เจ้าของได้ เพราะเป็นนกที่ชอบสะสมอาหารนกออกเริ่มผสมพันธุ์ในช่วงฤดูหนาว ถึงฤดูร้อน ทำรังอยู่บนต้นไม้บนหน้าผาริมชายทะเลหรือใกล้แหล่งน้ำที่ใช้หากิน รังของนกออกเป็นแบบง่ายๆ โดยนำกิ่งไม้มาซ้อนกัน มีขนาดใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.25 - 1.50 เมตร ลึก 50 - 70 เซนติเมตร ไข่สีขาว วางไข่ ครั้งละ 2 ฟอง ทั้งตัวผู้และตัวเมียต่างก็ช่วยกันฟักไข่ และเลี้ยงลูกอ่อนสถานภาพปัจจุบันเป็นนกประจำถิ่น พบไม่บ่อยและปริมาณไม่มากนักตามชายฝั่งทะเล จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

ขั้นตอนที่ 2 นกอินทรีย์ สัตว์ปีก ที่มีขนาดใหญ่


นกอินทรีย์ เป็นสัตว์เลือดอุ่นประเภท สัตว์ปีก ที่มีขนาดใหญ่ มีโครงสร้างทางกายภาพที่แข็งแรง ประกอบด้วย โครงกระดูก กล้ามเนื้อ ส่วนต่าง ๆ ขน และกรงเล็บ เป็นหลัก เป็น นก ที่มีขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในประเภทนกที่ล่าเหยื่อเป็นอาหาร มีขนาด ปีก และ หาง ที่กว้าง ลักษณะปลายปีกแหลมหรือปีกแตก จะงอยปากงองุ้มเป็นตะขอ อินทรีย์เป็นนกที่มีลักษณะสวยงาม แข็งแรง สายตาคม บินเร็ว โจมตีแม่นยำ มองเห็นเป้าหมายได้จากระยะไกล มีเพดานบินตั้งแต่พื้นราบจนถึงความสูง 2,100 เมตร ซึ่งส่วนใหญ่จะมีสีเข้มและสร้าง รัง บน หน้าผา ที่สูงชันอินทรีย์เป็นนกที่มีขนาดใหญ่และแข็งแรงทำให้ได้ชื่อว่าเป็น ราชา แห่งการล่าเหยื่อ ซึ่งได้แก่ ปลา งู สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ขนาดเล็กเช่น หนู เป็นนกนักล่าซึ่งล่านก และไข่นกที่มีขนาดเล็กกว่าเป็นอาหาร เป็นต้น ปัจจุบันอินทรีย์เริ่มสูญพันธุ์ไปจาก โลก เพราะ มนุษย์ เริ่มที่จะล่านกชนิดนี้มากยิ่งขึ้น ทำให้อินทรีย์ทอง อินทรีย์ทะเลสเตลเลอร์ อินทรีย์หัวล้าน จัดอยู่ในประเภทของสัตว์สงวน อินทรีย์อาศัยกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่เขตต่าง ๆ ทั่วทุกแห่งใน โลก ยกเว้นพื้นที่ในเขต ทวีปแอนตาร์กติก ที่มีอากาศหนาวเย็น



ขั้นตอนที่ 1 การเลี้ยงนกอินทรีย์




บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
นกอินทรีย์เป็นสัตว์ปีกที่มีอายุยาวนานที่สุดในโลก มันมีอายุยาวนานถึง70ปี เมื่อเราเอ่ยถึงมันก็คงต้องนึกถึงปีกอันสง่างาม และกรงเล็บที่ทรงพลัง แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่ามันมีช่วงชีวิตที่เป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงของมันด้วย

นกอินทรีย์พออายุ40ปีปากของมันจะงองุ้มจะจิกจะกินอะไรก็ทำได้ยาก เล็บมันจะยาวและโค้งงอมันจะจับสัตว์กินเป็นอาหารเหมือนเดิมมันก็ไม่อาจจะสามารถทำได้งง่าย และปีกที่งามของมันก็จะเกิดขนปกคลุมจนหนาและหนักทำให้มันบินแต่ล่ะครั้งต้องทำด้วยความยากลำบาก ช่วงเวลานี้กินเวลายาวนานถึง150วัน หรือประมาณ5เดือนกว่า พอมาถึงช่วงนี้มันมีทางเลือก2ทางในชีวิตคือหนึ่งฆ่าตัวตายเสีย กับทางเลือกที่สองคือต้องอดทนและต้องผ่านบททดสอบนี้ไปให้ได้ เมื่อมันเลือกทางเลือกที่หนึ่งมันก็สามารถทำได้ด้วยการเอากรงเล็บปาดคอตัวเองจบชีวิตมันลงหรือไม่ก็ทรมานตายไปเอง...แต่ถ้ามันเลือกทางเลือกที่สองมันต้องบินขึ้นสู่ภูเขาหินสูง และเคาะปากมันกับหินเป็นร้อยเป็นพันครั้งเพื่อให้จงอยปากของมันหลุดออกมา หลังจากนั้นมันต้องเคาะเล็บตนเองที่งองุ้มกับพื้นหินที่แข็งๆให้เล็บหลุดออกมาทีละเล็บจนหลุดออกจนหมด มันต้องจิกขนที่หนาเตอะตรงอกตรงปีกออกทีละชิ้นทีละชิ้นจนขนที่หนาเตอะเหล่านั้นหมดไป แน่นอนกระบวนการเหล่านี้ต้องกินเวลานาน และเจ็บปวดทุกข์ทรมานแสนสาหัสสากรรจ์ กระบวนการจะเริ่มอย่างช้าๆและสิ้นสุดลงเมื่อครบ150วัน
เมื่อมันผ่านไปได้รางวัลของมันคือ ปากที่จะงอกออกมาใหม่สวยงามกว่าเดิม เล็บที่จะงอกออกมาใหม่เล็บแหลมคมและงออย่างสวยงามเหมาะแก่การล่าสัตว์หาอาหารและเหมาะแก่การดำรงชีวิต และของขวัญล้ำค่าอีกอย่างคือชีวิตที่จะมีต่อไปได้อีก30ปี เป็นชีวิตที่จะมี30ปีที่สง่างามและมีเกียรติ์ มันจะบินขึ้นบนท้องฟ้าอีกครั้งด้วยปีกที่ทรงพลังกว่าเดิม แต่ถ้าหากว่ามันไม่ผ่านบททดสอบมันไม่ยอมทนทุกข์ไม่ยอมเจ็บทนเอาปากออก ไม่ยอมเจ็บเพื่อจะเอาเล็บตนเองออก และไม่ยอมอดทนที่จะจิกเอาขนที่มีจำนวนมากมายและหนาเตอะออกเมื่อผ่าน150วันมันจะต้องตายในที่สุด...มีนกอินทรีย์หลายตัวมากที่ผ่านบททดสอบ และก็มีจำนวนมหาศาลมากเช่นกันที่ตายในบททดสอบ150นี้
มนุษย์เราเมื่อเกิดมาแล้วเราก็ต้องมีทั้งสุขและทุกข์ เมื่อเราเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เราต้องเจ็บปวดเราต้องอดทนจนถึงที่สุด เพราะเรารู้ว่าเมื่อเราผ่านมันไปได้ชีวิตเราย่อมมีสิ่งที่ดีรอเราข้างหน้าเมื่อผ่านไปได้แน่นอน ถ้ามีหลายครั้งที่เราเจ็บเหลือเกิน เราร้องไห้ เราล้มลงทั้งยืน ให้เราอย่าหมดหวังในชีวิต จงลุกขึ้นสู้อุปสรรคนั้น อย่าคิดทิ้งบททดสอบเหมือนนกอินทรีย์บางตัวที่ไม่ยอมทนเจ็บ ไม่ยอมทนทรมานเพียงชั่วคราว ช่วงเวลาแห่งความทุกข์มีกันทุกคน แต่มันไม่ได้มีตลอดนิรันดร์ เมื่อเราผ่านมันก็จะหายไปเองเหลือทิ้งไว้แต่ความเข้มแข็งของเราที่มีมากกว่าเดิม อุปสรรคไม่เคยฆ่าใครตาย อุปสรรคเป็นกำแพงที่มีเพื่อให้เราข้ามเพื่อที่เราจะเติบโต เพื่อที่เราจะแข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่เราจะงดงามขึ้น จงเป็นดั่งนกอินทรีย์ที่มีชีวิตต่อไปได้อีก30ปีนั้นเถิด